ThaiNissan.com : ศูนย์รวมข้อมูลรถนิสสัน และรีวิวรถนิสสัน by Biere

  • มีนาคม 30, 2017, 03:38:57 pm
  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

สมัครสมาชิกเพื่อแสดงความคิดเห็นในรีวิวต่าง ๆ ได้เลยครับ แต่ยังไม่เปิดให้ตั้งกระทู้ใหม่ในระยะแรกครับ

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว Nissan Juke 1.6V CVT by Biere ตอน “รับรถที่โชว์รูม”  (อ่าน 6685 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Biere

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 358
  • ThaiNissan.com
    • ดูรายละเอียด
    • Thai Nissan


สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่ Nissan Juke เปิดตัวจำหน่ายในไทยมาได้ไม่กี่เดือน ก็พบว่ายอดขายสูงมากกว่าที่คิด แม้ไม่มีตัวเลขยืนยันแน่ชัดจากทางนิสสัน มอเตอร์ แต่การที่ผมได้เห็น Juke วิ่งบนถนนวันละหลายสิบคัน แถมเห็นทุกวัน มันยืนยันได้เป็นอย่างดี






ที่แน่ๆ  บรรดาเพื่อน ๆ หลายคนที่รู้จักก็มาปรึกษา แล้วพากันไปออก Juke อีกหลายคน แม้แต่ลูกค้าที่ร่วมการร่วมงานกันอยู่ ก็ยังไม่วายไปออก Juke มาด้วยซะงั้น





คือถ้า Nissan Juke เป็นรถตลาดทั่ว ๆ ไป เช่น รถ eco car เครื่อง 1000 - 1200 , รถ B Segment เครื่อง 1,500 หรือ รถ C Segment เครื่อง 1600 – 2000 จะออกป้ายแดงกันมามากมาย ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติ





แต่การที่ Nissan Juke เป็นรถหน้าตาที่ฉีกแนวออกไปจากรถตลาดอย่างมาก แถมเปิดตลาดใหม่ กลุ่ม Sport Crossover ที่ไม่มีคู่แข่งเทียบเคียงใด ๆ แม้ใคร ๆ ต่างก็ยัดเยียดรถ Mini SUV จากบางค่ายมาให้เป็นคู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบกันก็เหอะ แล้วดันสร้างยอดขายได้มากมายขนาดนี้ ถือว่านิสสัน จู๊คประสบความสำเร็จในเมืองไทยมากมายเลยทีเดียว





และแล้วความร้อนแรงของนิสสัน จู๊ค ก็กลับเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อพี่ชายผมได้ตัดสินใจเลือก Nissan Juke สีแดงสดมาเป็นรถคู่ใจคันใหม่ แทนที่ Toyota Vigo ที่ใช้อยู่ทันที ซึ่งการตัดสินใจของพี่ชายครั้งนี้ สร้างความแปลกใจให้ผมพอสมควร เพราะไม่คาดคิดว่า He จะเลือก Juke จริง ๆ 

ผมจึงพาพี่ชายไปจองรถที่โชว์รูมนิสสัน กรุงไทย รามอินทรา กม. 4 เช่นเคย โดยกำหนดนัดรับรถในวันที่ 9 พฤษภาคม 2014





เมื่อถึงวันที่ 9 พฤษภาคมที่เฝ้ารอ ครอบครัวนิสสันครอบครัวนี้ ก็ยกพลกันมารับสมาชิกใหม่ Nissan Juke 1.6 ด้วยรถนิสสันเครื่อง 1600 ถึง 2 คัน นั่นคือ Nissan Tiida 1.6 และ Nissan Sylphy 1.6





ซึ่งทางนิสสัน กรุงไทยก็ได้เตรียมรถ Nissan Juke คันใหม่เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้านหน้าโชว์รูม





รอบนี้ไม่ใช่รถผม ผมจึงปล่อยให้พี่ชายดำเนินการด้านเอกสารไป ส่วนผมก็ออกมาตรวจเช็ครถตามปกติ





ที่จริงแล้ว ผมเองก็รู้จักเจ้า Juke มาระดับหนึ่งแล้ว จากที่ผมได้รีวิวรถ Nissan Juke ฉบับเต็มไปเรียบร้อยแล้วในชื่อตอนว่า “เธอคือ...สิ่งที่ฉันตามหา” ที่เพื่อน ๆ เคยมาอ่านกันแล้วนั่นละ





ซึ่งข้อที่ควรระวังในการรับรถ Nissan Juke นั้น คงมีแค่งานประกอบรถเท่านั้นที่น่ากังวล ดังนั้น ผมจึงเดินตรวจ สำรวจรอบคันให้เรียบร้อย




เสร็จจากภายนอก ก็สำรวจต่อภายใน




เมื่อมั่นใจว่างานประกอบโอเคแล้ว ผมก็มาสำรวจวันที่ผลิตยาง เพื่อให้มั่นใจว่ายางไม่เก่าจนเกินไป





โดยตัวเลขออกมาคือ 1314 นั่นคือ สัปดาห์ที่ 13 ของปี 2014 ซึ่งก็ถือว่าใหม่ทีเดียว เพราะนับนิ้วไปมาก็น่าจะจะผลิตประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง


จากนั้นมาสำรวจป้ายแดง ก็พบว่ามันไม่มีตรา ขส ตรงมุมล่างขวา แสดงว่าเป็นป้ายปลอม




ผมจึงทักท้วงเซลล์ท่านที เพราะผมเองเน้นย้ำมาก ว่าต้องได้ป้ายแดงแท้เท่านั้น ซึ่งเซลล์ก็แจ้งว่า ช่วงนี้ปล่อยรถ Juke เยอะมาก ป้ายแดงแท้หมดเกลี้ยง แต่มีลูกค้านัดเข้ามาเปลี่ยนป้ายเมื่อวาน เลยคิดว่าจะเปลี่ยนให้ Juke ของพี่ชายผมทัน

แต่ลูกค้าท่านนั้นกลับไม่ได้มาตามนัด เพราะติดธุระ และได้ขอเลื่อนมาคืนป้ายในวันศุกร์แทน เซลล์จึงต้องใส่ป้ายปลอมให้พี่ชายผมมาก่อนชั่วคราว แล้ววันเสาร์จะนัดเข้ามาเปลี่ยนป้ายแดงแท้อีกครั้งหนึ่ง




จบเรื่องป้ายแดงแล้ว มาดูของที่ได้รับกันต่อ เริ่มที่สมุดคู่มือรถ





ตามด้วยสมุดรับประกันและการบำรุงรักษา ซึ่งเอาไว้พกมาเวลาเข้าศูนย์บริการ




เจอกล่องใหญ่ ๆ 1 กล่อง มันคืออะไรหว่า?





เปิดมาดูสิ โห คู่มือระบบเครื่องเสียงเล่มเบ้อเริ่ม




จริง ๆ ก็คงไม่ค่อยได้อ่าน เพราะผมคุ้ยแคะแกะเกาในรีวิวฉบับเต็มไปเองจนหมดไส้ หมดพุงแล้ว




นิสสันมีสายต่อมาให้เพิ่มอีก 1 สาย





ต่อมาเป็นบัตรรับประกันพ่นกันสนิมที่ศูนย์แถมให้




เปิดมามีรายละเอียดและการนัดหมาย




ซึ่งศูนย์พ่นกันสนิมนั้นก็คือ ศูนย์ Car-Lack 68 ที่เพิ่งเข้ามาตั้งสาขาในศูนย์นิสสัน กรุงไทย รามอินทราไม่นานมานี้นี่เอง ซึ่งผมว่าสะดวกกับลูกค้ามาก เพราะตอนที่ผมซื้อ Nissan Sylphy และ Nissan March 2013 เมื่อปีที่แล้วนั้น ศูนย์นิสสัน กรุงไทยได้แถมบริการพ่นกันสนิมของอีกบริษัทหนึ่งให้ ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ตรงนี้ ทำให้ลำบากที่จะไปใช้บริการ




เอกสารถัดมาคือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่นิสสันมอบความอุ่นใจให้ตลอด 3 ปีแรกที่ใช้รถคันนี้ มีปัญหาอะไร โทรได้ตลอด แม้น้ำมันหมดจนสตาร์ทไม่ติด ก็โทรมาให้ช่วยเติมน้ำมันให้ฟรีได้ถึง 10 ลิตร  ต่อปี นับว่าดีมาก (แต่รถนิสสันทุกคัน ผมก็ไม่เคยใช้สิทธินะ เพราะการปล่อยให้รถน้ำมันเกลี้ยงถัง มันไม่ส่งผลดีต่อรถของเราเท่าไหร่นัก)




เปิดดูเอกสารถัดไป เป็นสมุดคู่มือฉบับย่อ ที่บอกข้อมูลสำคัญ ๆ เพื่อให้รู้จักและเข้าใจระบบรถคร่าว ๆ เพื่อขับรถกลับบ้านได้ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้รถนิสสันมาก่อน ซึ่งเป็นการพัฒนาขึ้นมาของนิสสัน เพราะช่วยมือใหม่ได้เยอะจริง ๆ




และสุดท้ายเป็นใบรับประกันฟิล์มของ Lamina ที่ศูนย์แถมมาให้ด้วย





ว่าแล้วก็ไปดู spec ฟิล์มสิว่า ให้มาถูกไหม?




ซึ่งฟิล์มหลายยี่ห้อจะระบุ spec ฟิล์มแบบนี้เป็นระยะ ๆ นั่นอาจจะทำให้เรารำคาญได้ ถ้าบังทัศนวิสัยในจุดสำคัญ ซึ่ง Lamina ก็ให้น้ำยาลบมาด้วย

โดยเราสามารถเอาสำลีชุบน้ำยานี้ แล้วป้ายออกได้เลย แต่ไม่ต้องลบหมดนะครับ ควรเหลือจุดที่ไม่สำคัญ ที่ไม่ได้บดบังทัศนวิสัยไว้บ้างนะครับ เผื่อฟิล์มมีปัญหา ต้องเคลม จะได้รู้ spec ฟิล์ม เพราะบางทีใบรับประกันก็ไม่ได้ระบุ spec ชัดเจน




ผมตรวจครบเรียบร้อยทุกอย่าง ทางเซลล์ก็เดินมาแซวขำ ๆ ว่า คุณเบียร์มารับรถด้วยแบบนี้ คงไม่ต้องอธิบายการใช้งานรถแล้วมั้งครับ

ผมเลยบอกว่า ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเองอาจจะเคยได้สัมผัสและรีวิว Juke มาก่อนก็จริง แต่ผมก็อยากรับความรู้จากเซลล์อยู่ดี การได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะประสบการณ์แต่ละคนย่อมต่างกัน


จากนั้นเซลล์ก็เริ่มอธิบายการใช้งานภายนอกรถให้พี่ชายผมฟัง




ต่อด้วยด้านใน





จุดที่ผมอยากชมเชยคุณอุดม เซลล์ที่ขายรถให้ผมมาเป็นคันที่ 3 แล้วนั้น คือมารยาทและความใส่ใจ เพราะก่อนที่คุณอุดมจะขึ้นรถไปอธิบายการใช้งานนั้น คุณอุดมจะถอดรองเท้าก่อนขึ้นรถทุกครั้ง




เมื่ออธิบายการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาส่งมอบรถ โดยครั้งนี้ ผมยังได้รับเกียรติจากคุณพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล หรือคุณป๊อกกี้ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท สยามนิสสันกรุงไทย มาส่งมอบรถให้ครอบครัวผมด้วยตัวเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา





เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ รถนิสสันทั้ง 3 คันก็เคลื่อนตัวออกจากโชว์รูมนิสสัน กรุงไทยเดินทางกลับบ้านกันทันที





จนถึงวันเสาร์ตามที่เซลล์นัดไว้ พี่ชายผมก็ขับเจ้า Juke มาเปลี่ยนป้ายแดงแท้ที่ศูนย์อีกครั้ง เพื่อความสบายใจในการใช้รถ






ผ่านไป 17 วัน ทางคุณอุดมก็โทรมาแจ้งว่า ป้ายขาวมาแล้ว ให้เข้ามาเปลี่ยนได้เลย ซึ่งพี่ชายผมก็รีบขับไปเปลี่ยนทันที เพราะการใช้ป้ายขาว ย่อมสบายใจกว่าใช้ป้ายแดงครับ




ได้เลขทะเบียนคล้ายกันกับ Sylphy เลยทีเดียว ผิดไปแค่ตัวหน้าตัวเดียวเท่านั้น





เป็นอันว่า ครอบครัวผมเสร็จนิสสัน จู๊คไปอีกหนึ่งคันครับ ต้องยอมรับเลยว่าของเค้าดีจริง





แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ



บันทึกการเข้า